สถานที่ตั้งและติดต่อ

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว กรมการข้าว

rd map2

เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

โทรศัพท์/โทรสาร 02-561-3624                                         

อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

บทบาทภารกิจ

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว มีภารกิจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

 1. ศึกษา วิเคราะห์เสนอแนะ และจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าวของประเทศ

 2. จัดทำแผนงาน งบประมาณ และติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของกรม

 3. พัฒนาและจัดทำระบบสารสนเทศและเครือข่ายเกี่ยวกับข้าว

 4. ดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องข้าว

 5. เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านข้าว

 6. ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่

     ได้รับมอบหมาย

เกี่ยวกับหน่วยงาน

วิสัยทัศน์

หน่วยงานหลักในการเสนอแนะยุทธศาสตร์ และแปลงนโยบาย

สู่การปฏิบัติอย่างบูรณาการ เพื่อพัฒนาข้าวไทย

อย่างยั่งยืน

ประวัติความเป็นมา      

     เพื่อจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้เพียงพอแก่ความต้องการ ในการนำมาใช้พัฒนาการเกษตรของประเทศ รัฐบาลจึงก่อตั้งโครงการพัฒนาถั่วเหลืองขึ้นที่ กรมส่งเสริมการเกษตร ในปี พ.ศ. 2515 และปรากฏว่าโครงการซึ่งเน้นเฉพาะการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองประสบความสำเร็จด้วยดี

     4 ปีต่อมา จึงได้มีการขยายกำลังการผลิต และเพิ่มชนิดพืทชภายใต้โครงการผลิตและขยายพันธุ์พืช ที่ภายใต้โครงการผลิตและขยายพันะุ์พืช ในภูมิภาค 23 แห่งทั่วประเทศ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สังกัดกรมการข้าว) ในระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2538 โดยความช่วยเหลือจากต่างประเทศ รวม 5 โครงการ และเงินงบประมาณของรัฐบาลไทย 1 โครงการ ดังนี้
     1. โครงการเงินกู้ประเทศสหรัฐอเมริกา ระยะที่ 1 (USAID phase I) ปี 2519 - 2524 จำนวน 4 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท
     2. โครงการเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าประเทศญี่ปุ่น (JICA) ปี 2520 - 2525 จำนวน 1 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี
     3. โครงการเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ปี 2524 - 2529 จำนวน 1 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง
     4. โครงการเงินกู้ประเทศสหรัฐอเมริกา ระยะที่ 2 (USAID phase II) ปี 2525 - 2529 จำนวน 2 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์
     5. โครงการเงินกู้ประเทศญี่ปุ่น (OECF) ปี 2529 - 2531 จำนวน 12 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสกลนคร ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี
     6. โครงการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์พืชที่ 21 จังหวัดสุโขทัย โดยเงินงบประมาณไทย ปี 2530 - 2533 จำนวน 1 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย
     7. โครงการจัดตั้งศูนย์ขยายพันธุ์พืชภาคใต้ โดยเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ก ปี 2535 - 2538 จำนวน 2 ศูนย์ คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานี

     กำลังการผลิตเริ่มแรกประมาณ 1,500 - 2,000 ตัน/ปี/ศูนย์ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรและโครงการส่งเสริมของภาครัฐ ในการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ

     4 ปีต่อมา จึงได้เริ่มโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและขยายพันธุ์พืชในปี 2542 -2545 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ของศูนย์อีกเท่าตัว โดยการสร้างโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว 1 หลัง และโรงเก็บเมล็ดพันธุ์อีก 4 หลัง ในทุกศูนย์ ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 4,000 ตัน/ปี/ศูนย์

     ปี พ.ศ. 2551 ได้เกิดวิกฤตราคาข้าวทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดความวิตกเรื่องการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าวจึงได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เพิ่มเป้าหมายการผลิตจากปีละ 70,000 ตัน เป็น 100,000 ตัน ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปี 2552 - 2556 ซึ่งเป็นการเพิ่มเป้าหมายแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 30

     จากกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการข้าว  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 ได้มีการปรับโครงสร้างภายในของกรมการข้าวใหม่ มีการปรับเปลี่ยนภารกิจของหน่วยงานต่างๆ ในกรมการข้าวให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อหน่วยงานภายในให้เหมาะสมกับภารกิจ โดย “สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว” ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “กองเมล็ดพันธุ์ข้าว” ซึ่งยังคงปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นภารกิจหลักเหมือนเช่นที่ผ่านมา

    

ผลการดำเนินงาน

      กรมการข้าว เป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งการดำเนินงานมิได้มุ่งแสวงหากำไร แต่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพในการผลิตที่สูงขึ้น จนทำให้สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าวมีผลการดำเนินงานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน ดังนี้

     ปี พ.ศ. 2538 - ได้รับรางวัลหน่วยงานดีเด่นแห่งชาติ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
     ปี พ.ศ. 2539 - ได้รับรางวัล World Seed Prize จากสมาพันธ์ผู้ผลิตและค้าเมล็ดพันธุ์พืชนานาชาติ (International Seed Trade Federation) ที่มอบให้ นายเพชรรัตน์ วรรณภีร์ อดีตผู้อำนวยการกองขยายพันธุ์พืช (ปัจจุบันคือ สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว) ในขณะนั้น ท่านดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
     ปี พ.ศ. 2542 - 2546 - เป็นหน่วยงานแรกในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่นำระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9002 : 1994 มาใช้ในกระบวนการปฏิบัติงาน และได้รับใบรับรอง ISO 9002 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO ครบทั้ง 23 ศูนย์ รวมทั้งส่วนกลาง
     ปี พ.ศ. 2550 - ได้รับรางวัลชมเชย ลำดับที่ 3 ของเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งมีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ
     ปี พ.ศ. 2553 - ได้รับคะแนนประเมินผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนประจำปีสูงสุด เป็นอันดับ 1 จากจำนวน 13 ทุน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
     ปี  พ.ศ. 2558 กรมการข้าว เป็นหนึ่งใน 13 ทุน จากทั้งหมด  114 ทุนหมุนเวียน ที่ได้รับรางวัลในงานมอบรางวัลเงินทุนหมุนเวียนดีเด่น ปี 2558 โดยได้รับรางวัล "การพัฒนาดีเด่นประเภทชมเชย เงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช" รับจากนายกรัฐมนตรี

     สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว เป็นห